วัดร้องวัวแดงสร้างขึ้นราวพุทธศักราช 2303 ถึงปีปัจจุบัน พุทธศักราช 2551  อายุของวัดได้ 248 ปี โดยเรียกชื่อตามหมู่บ้านที่มารวมกันอยู่ก่อน สาเหตุที่เรียกว่า “ร้องวัวแดง” ตามคำเล่าขานของผู้เฒ่าผู้แก่ได้บันทึกเป็นหลักฐานสืบกันมาว่า สถานที่ตั้งวัดและหมู่บ้านในปัจจุบันนี้ เดิมเป็นร่องน้ำลำธารไหลจากภูเขามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผ่านมาบรรจบสู่ลำน้ำแม่ออนในปัจจุบัน ซึ่งยังมีหลักฐานปรากฏอยู่ ร่องน้ำจะมีน้ำสะอาดไหลอยู่ตลอดเวลา อาศัยสายน้ำลำธารบวกกับความร่มรื่นร่องน้ำแห่งนี้จึงเป็นที่อยู่ที่อาศัยและหากินของกลุ่มฝูงวัวกระทิงแดง ซึ่งวัวกระทิงจะเป็นวัวที่มีเสน่ห์ มีอำนาจและศักดิ์สิทธิ์


จากหลักฐานเบื้องต้น คำว่า “ร้อง”ชาวบ้านได้เอาคำว่า ร้อง+วัวแดง ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “ร้องวัวแดง” และใช้เรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านร้องวัวแดง”มาจนถึงทุกวันนี้ พ.ศ. 2303 ชาวบ้านได้รวมพลังความสามัคคี พากันสร้างวัดขึ้นและได้เรียกชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดร้องวัวแดง” โดยมีครูบาเจ้าคันธะ เป็นประธานสร้าง ขึ้นทางทิศตะวันออกของที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อครูบาคันธะได้มรณะภาพลง ครูบาเจ้าทาริยะ ทาริโย จึงได้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ ได้พัฒนาวัดขยายบริเวณวัดทางทิศตะวันตก ดำเนินการสร้างวิหาร กุฏิสงฆ์ กำแพง ศาลาบาตร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2475   ครูบาเจ้าทาริยะ ฯ ก็ได้มรณะภาพด้วยอาการสงบ


พ.ศ. 2303 ชาวบ้านได้รวมพลังความสามัคคี พากันสร้างวัดขึ้นและได้เรียกชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดร้องวัวแดง” โดยมีครูบาเจ้าคันธะ เป็นประธานสร้าง ขึ้นทางทิศตะวันออกของที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อครูบาคันธะได้มรณะภาพลง ครูบาเจ้าทาริยะ ทาริโย จึงได้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ ได้พัฒนาวัดขยายบริเวณวัดทางทิศตะวันตก ดำเนินการสร้างวิหาร กุฏิสงฆ์ กำแพง ศาลาบาตร ต่อมาเมื่อปี

พ.ศ. 2475 ครูบาเจ้าทาริยะ ฯ ก็ได้มรณะภาพด้วยอาการสงบ

พ.ศ. 2477  พระอินปั๋น ปณฺฑิโต ( พระครูธรรมบัณฑิต อดีตเจ้าคณะอำเภอสันกำแพง) ได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อจากครูบาเจ้าทาริยะ ฯ ที่ได้มรณะภาพไป และได้ทำการพัฒนาวัดให้เจริญเติบโตขึ้นโดยลำดับ   ดังนี้

พ.ศ. 2479 ได้สร้างวิหารขึ้นใหม่แทนหลังเดิมที่  ชำรุดไปตามกาลเวลา พ.ศ. 2483 ได้ร่วมกับคณะพระภิกษุ สามเณรของวัดในสมัยนั้นสร้างกุฏิไม้สักขึ้นอีกหลังหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุสามเณรอยู่

พ.ศ. 2492 ได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับเป็นที่ศึกษาธรรมของพระภิกษุสามเณร ต่อมาไม่นานก็ได้ร่วมกับ   คุณพ่อเท้ง จันทรศัพท์ สร้างโรงเรียนประชาบาล  2ชั้น ทำด้วยไม้สักซึ่งปัจจุบันยังคงใช้การได้อยู่ และใช้ชื่อเรียกว่า “ศรีจันทรวิทยาคาร” โดยเอาคำว่า “ศรี” ซึ่งเป็นนามสกุลเดิมของหลวงพ่อพระครูธรรมบัณฑิต บวกกับคำว่า “จันทร” นามสกุลของคุณพ่อเท้งรวมกัน

พ.ศ. 2500 ได้สร้างศาลาหอฉันท์อีกหนึ่งหลัง โดยมีเจ้าภาพคือครอบครัวของหลวงคำมูล - แม่เรือนคำ ธิมะโน พร้อมบุตร – ธิดา

พ.ศ. 2510 – 2514 ได้สร้างเจดีย์ขึ้น 1 องค์ แต่ยังไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ องค์หลวงพ่อก็ได้มรณะภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2514 รวมสิริอายุของหลวงพ่อได้ 73  ปี 15 วันจากนั้นพระอินเหลา สุจิตฺโต (อุทธยอด) หรือ  พระครูธรรมโกศล เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง รูปปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นศาสนทายาทขหลวงพ่อพระครูธรรมบัณฑิต ฯ ได้สร้างเจดีย์ที่ยังคงค้างไว้ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2515  ต่อมาเมื่อปี 2516 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดร้องวัวแดง ได้ทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณวัด พร้อมทั้ง บูรณะและพัฒนาสร้างถาวรวัตถุ เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์   ของ ครูบาอาจารย์ คือครูบาเจ้าคันธะ  ครูบาเจ้าทาริยะ หลวงพ่อพระครูธรรมบัณฑิต ตลอดถึงผู้มีอุปการคุณ


โดยมีพระครูวิมลญาณประยุต บุญชู ปญฺญาปชฺโชโต (ไชยวัง) พร้อมทั้ง  พระภิกษุ สามเณรทุกรุ่น  คณะผู้นำหมู่บ้าน  คณะกรรมการวัดคณะศรัทธาชาวบ้านหมู่3,7,2 บ้านร้องวัวแดง ตลอดถึงคณะศิษย์ญาติธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้มาสักการบูชา “ องค์หลวงพ่อสมปรารถนา” พร้อมรูปหล่อพระอิศวร           ทรงวัวกระทิงแดง ซึ่งเป็นพระพุทธรูป โบราณสมัยสุโขทัยตอนปลาย ประดิษฐานประจำ  ณ วัดร้องวัวแดง คณะญาติธรรมได้อธิฐานจิตต่อองค์หลวงพ่อสมปรารถนา และพระอิศวรทรงวัวแดง อันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อสมปรารถนาแล้ว ได้ร่วมกันถวายจตุปัจจัยที่ได้อธิฐานจิตไว้ เพื่อพัฒนาวัด และสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุต่าง ๆ ให้เป็นมรดกตกทอดไว้ แก่ลูกหลานสืบไป   โดยมีหลวงพ่อพระครูธรรมโกศล  เจ้าอาวาสวัดร้องวัวแดง เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง – (ชั้นพิเศษ) เป็นประธานดำเนินการก่อสร้าง  มีท่านพระครูวิมลญาณประยุต ( บุญชู)       เป็นรองประธานดำเนินการ ร่วมกับกำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน , คณะกรรมการวัด ,  คณะศรัทธาหมู่ 3,7,2 ร่วมดำเนินการก่อสร้างตามลำดับ ดังนี้ .


พ.ศ. 2518-2525 สร้างวิหารหลังปัจจุบันแทนหลังเดิมสิ้นทุนทรัพย์ 2,369,579 บาท

พ.ศ. 2525 สร้างหอระฆัง สิ้นทุนทรัพย์ 395,969 บาท

พ.ศ. 2530 สร้างกำแพงก่อด้วยศิลาแลง สิ้นทุนทรัพย์ 939,979 บาท

พ.ศ. 2533 สร้างศาลาธรรมโกศลสำหรับบำเพ็ญกุศล สิ้นทุนทรัพย์ 1,959,329 บาท

พ.ศ. 2535 สร้างหอฉัน – โรงครัว - โรงเก็บพัสดุ สิ้นทุนทรัพย์ 979,989 บาท

พ.ศ. 2539 สร้างกุฏิ 72 ปี ธรรมโกศลทรงไทยล้านนา 2 ชั้น สิ้นทุนทรัพย์ 3,959,359 บาท

พ.ศ. 2539 สร้างถนนคอกรีตในวัด สิ้นทุนทรัพย์ 595,599 บาท

พ.ศ. 2540 สร้างอาคารปริยัติธรรม “เหวียนระวี”สิ้นทุนทรัพย์ 3,989,539  บาท

พ.ศ. 2541 สร้างศาลาวิโรจน์-รัชนี จันทรังษี พร้อมคณะกรุงเทพฯ   ปรับปรุงพื้นที่บริเวณวัด สิ้นทุนทรัพย์  539,759   บาท

พ.ศ. 2541 ซื้อที่ดินด้านทิศตะวันตกถวายให้วัด สิ้นทุนทรัพย์ 700,000 บาท

พ.ศ. 2542 บูรณะกุฏิไม้สักอยู่ในสภาพที่ดี สิ้นทุนทรัพย์ 459,729  บาท

พ.ศ. 2542 สร้างอาคารศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์ในวัดโดยการอุปภัมภ์ของ ดร.สมทรง ชนะมา ร.ร.ทรงวิทยา     สิ้นทุนทรัพย์ 3,000,000 บาท

พ.ศ. 2542 ปูอิฐศิลาตามพื้นบริเวณวัด  สิ้นทุนทรัพย์ 359,900  บาท

พ.ศ. 2543 สร้างสำนักงานวัดร้องวัวแดง “ศาลาญาณประยุต” สิ้นทุนทรัพย์  500,000 บาท

พ.ศ. 2545 เป็นประธานสร้างอาคาร ศูนย์ปฏิบัติธรรม – ค่ายคุณธรรมพุทธบุตรซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการ ก่อสร้างอยู่ สิ้นทุนทรัพย์  9,999,918 บาท

พ.ศ. 2546



กรองตามชื่อเรื่อง     แสดง # 
# รายการหัวเรื่อง เขียนโดย ผู้ชม